ความหมายของ แดนกรรมสิทธิ์
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1335 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้
หรือกฎหมายอื่น ท่านว่าแดนกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นกินทั้งเหนือพ้นพื้นดินและใต้พื้นดินด้วย”
(แล้วมันต้องสูงขึ้นไปเท่าไร และลึกลงไปเท่าไร)
แดนกรรมสิทธิ์
ก็คือพื้นที่เหนือพื้นดิน และใต้พื้นดิน ที่เจ้าของที่ดินมีสิทธิใช้สอยประโยชน์ได้
ดังนั้นก่อนที่มีสิทธิใช้สอยประโยชน์จากแดนกรรมสิทธิ์
เราก็ต้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นๆ ก่อน
การใช้สอยประโยชน์จากแดนกรรมสิทธิ์ของนั้น เช่น สร้างตึกหรืออาคารที่มีความสูงหลายชั้น
หรือขุดสร้างห้องใต้ดินในที่ดินเป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
ก็จำเป็นต้องใช้สอบประโยชน์ของแดนกรรมสิทธิ์ของเราภายใต้กรอบกฎหมาย
ข้อจำกัดในเรื่องของการใช้ประโยชน์ในดินแดนกรรมสิทธิ์นั้น
ขึ้นอยู่กับว่ามีกฎหมายควบคุมการใช้ประโยชน์ของเราหรือไม่ ยกตัวอย่างกรณีถ้าคุณต้องการสร้างอาคารในเขตพื้นที่ที่ใกล้กับท่าอากาศสนามบินคุณก็ต้องดูในเงื่อนไขของการสร้างอาคารว่าอยู่ในเขตที่มีการกำหนดเรื่องความสูงของอาคารที่จะดำเนินการสร้างหรือไม่
โดยผู้ที่ทำการก่อสร้างต้องขออนุญาตก่อสร้างอาคาร จะต้องดูกฎหมายต่างๆประกอบด้วย
ยิ่งถ้าเป็นการสร้างอาคารที่อยู่ห่างจากสนามบินไม่มากก็ต้องดูกฎหมายในเรื่องดังกล่าวประกอบด้วย
ทั้งในเรื่อง ความสูงของอาคารไม่เกินเท่าไร ประเภทของธุรกิจที่ทำ
และอยู่ห่างจากสนามบินในระยะห่างที่มีการกำหนดระยะพื้นที่ไว้หรือไม่ ซึ่งอาจมีผลกระทบในหลายๆ
ประเด็น ในส่วนของกฎหมายและข้อบัญญัติต่าง เช่น ประมวลแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1339 – 1355, พ.ร.บ.
การเดินอากาศ พ.ศ. 2497, พ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514,
พ.ร.บ. โทรเลขและโทรศัพท์ พ.ศ. 2477, พ.ร.บ.
การประปานครหลวง พ.ศ. 2510, พ.ร.บ. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ.2503,
เป็นต้น
กฎหมายในกลุ่มนี้มีอำนาจในการใช้ประโยชน์
หรือจำกัดการใช้ประโยชน์จากแดนกรรมสิทธิ์ในที่ดินของเรา
นอกจากนี้กฎหมายยังให้อำนาจเรานอกเหนือจากใต้พื้นดิน และเหนือพื้นดินแล้ว
ยังคุ้มครองเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ออกไปรอบๆ ทางด้านข้างอีกด้วย
หมายความว่าถ้ามีใครมาก่อความรำคาญ เดือดร้อนจนสุดจะเหลือทน เช่น สร้างโรงงานข้างๆ
ที่ดินเรา, ทำฟาร์มเลี้ยงไก่ส่งกลิ่นเหม็น, ส่งเสียงดังน่ารำคาญเป็นประจำ,
สร้างโรงงานบำบัดขยะ เป็นต้น แบบนี้ก็สามารถที่จะร้องให้ระงับการกระทำนั้นๆ ได้
อีกทั้งอาจยังสามารถเรียกค่าเสียหายได้อีกด้วย
ฎีกาที่เกี่ยวข้องกับ ข้อพิพาทในเรื่อง
ดินแดนกรรมสิทธิ์
ฎีกาที่ 2403/2534
ถนนทุกสายในหมู่บ้านรวมทั้งถนนซอยที่จำเลยสร้างประตูเหล็กปิดกั้นเป็นถนนที่เจ้าของที่ดินผู้จัดสรรสร้างไว้เพื่อเป็นสาธารณูปโภคแก่เจ้าของที่ดินและบ้านในหมู่บ้านทุกแปลง
โจทก์เคยใช้ถนนซอยดังกล่าวเป็นที่กลับรถยนต์มาก่อนที่จำเลยจะสร้างประตูเหล็กปิดกั้น
เมื่อถนนซอยนี้ติดกับด้านข้างที่ดินของโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิใช้ในการกลับรถยนต์ได้
ถนนซอยดังกล่าวจึงมิใช่มีไว้เพียงเพื่อเป็นทางเข้าออกบ้านของจำเลยเท่านั้น
การที่จำเลยทำประตูเหล็กปิดกั้นจึงทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้กลับรถยนต์
แม้จำเลยจะอ้างว่าประตูเหล็กไม่ได้ใส่กุญแจ
โจทก์สามารถที่จะเปิดประตูกลับรถยนต์ได้แต่การกระทำดังกล่าวไม่เป็นการสะดวก
การที่จำเลยทำประตูเหล็กปิดกั้นถนนซอยจึงเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์
ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย
ไม่สะดวกในการใช้ประโยชน์ในที่ดินของโจทก์โจทก์มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อประตูเหล็กออกไปได้
แม้ลักษณะของอาคารที่จำเลยสร้างจะเป็นการสร้างหลังคาคลุมถนนซอยมีความสูงเหนือกำแพงรั้วด้านข้างของบ้านโจทก์ก็ตาม
แต่เป็นการสร้างติดกับรั้วบ้านโจทก์
หลังคาของอาคารเกือบจะติดกับหลังคาบ้านโจทก์ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว
แม้จะมีช่องว่างระหว่างรั้วบ้านโจทก์กับหลังคาอาคารเพื่อให้แสงสว่างและลมผ่านไปได้
แต่แสงสว่างและลมก็ไม่สามารถผ่านไปได้ตามปกติเหมือนอย่างเช่นที่ไม่มีหลังคาอาคารการที่จำเลยสร้างอาคารคลุมถนนซอยสาธารณะโดยไม่มีสิทธิที่จะทำได้ปิดบังทางของแสงสว่างและลมที่จะเข้าไปในบ้านของโจทก์ได้ตามปกติย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ข้างเคียงได้รับความเสียหายหรืออย่างน้อยก็ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญเกินกว่าที่ควรคาดคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเกิดขึ้นได้ตามปกติ
โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยให้รื้ออาคารออกไปจากถนนซอยสาธารณะได้.
ฎีกาที่ 737/2537
จำเลยก่อสร้างหลังคาสังกะสีต่อเติมอาคารของตนล้ำมาบนกำแพงรั้วด้านที่ติดกับที่ดินของโจทก์
โดยจำเลยใช้กำแพงรั้วเป็นฝาห้องด้านล่างและใช้กระเบื้องซีเมนต์กั้นต่อขึ้นไปถึงหลังคา
แล้วใช้ปูนซีเมนต์พอก เชื่อมรอยต่อระหว่างอาคารของจำเลยกับรั้ว
ทำให้น้ำฝนไม่สาดเข้าไปในอาคารของจำเลย
แต่ไหลไปในที่ดินของโจทก์มากกว่าปกติจำเลยจึงใช้สิทธิอันมีแต่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 421
โจทก์มีสิทธิที่จะปฏิบัติเพื่อยังให้ความเสียหายหรือความเดือดร้อนรำคาญนั้นสิ้นไปตาม
มาตรา 1337
ฎีกาที่ 2296/2541
จำเลยที่ 1 และที่ 2 ปลูกสร้างสะพานกว้าง 1 เมตรยาว 50 เมตร ลงในคลองสำโรง ผ่านหน้าที่ดินของโจทก์ในระยะห่างประมาณ 1 ถึง 2 เมตร สะพานมีลักษณะมั่นคงและถาวร
การปลูกสร้างสะพานของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าวจึงเป็น ที่เล็งเห็นได้ว่า สะพานนั้นน่าจะหรืออาจทำให้โจทก์ได้รับ
ความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายในการใช้
ที่ดินของโจทก์เป็นทางขึ้นหรือทางลงคลองสำโรง
ดังนั้นแม้โจทก์จะมิได้อาศัยและทำประโยชน์อยู่ในที่ดินขณะปลูกสร้างสะพาน
และการปลูกสร้างได้กระทำลงในคลองสาธารณะและ
เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณชนดังข้ออ้างของจำเลยที่ 1 ที่ 2ที่ 3 และ 4 โจทก์ก็มีสิทธิจะฟ้องขอให้รื้อถอนสะพานที่ผ่านหน้าที่ดินของโจทก์เพื่อยังความเสียหายหรือเดือดร้อนนั้นให้สิ้นไปได้
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337
Credit : ขจรพัฒน์ สุขภัทราพิรมย์ เอกสารประกอบ คณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแดนกรรมสิทธิ์
และ ฎีกาที่น่าสนใจ (ตาม Link)
สิทธิในที่ดิน
สิทธิในแร่
แดนกรรมสิทธิ์....คืออะไร แลุะมีเงื่อนไขอย่างไรที่เรียกว่าแดนกรรมสิทธิ์
แดนกรรมสิทธิ์และการใช้กรรมสิทธิ์






ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ......
ตอบลบ